เว็บไซต์นี้สามารถแสดงผลได้ดีใน
Web Browser Google Chrome x

Frequently Asked Questions

สบู่ RAWGANIC ต่างจากสบู่ออร์แกนิคยี่ห้ออื่นอย่างไร?

สบู่ RAWGANIC ได้รับอนุญาตให้ใช้ตรารับรอง USDA ORGANIC ติดบนฉลากผลิตภัณฑ์นั่นหมายความว่า
ผลิตภัณฑ์ RAWGANIC มีส่วนผสมที่เป็นพืชพรรณออร์แกนิค 95% ขึ้นไป และส่วนผสมที่เหลือ
ต้องอยู่ในรายการที่ได้รับอนุญาตให้ใช้ในผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคเท่านั้น
จึงมั่นใจได้ว่า สบู่ RAWGANIC ที่จะสัมผัสกับใบหน้าของคุณทุกเช้าและเย็น ทำจากพืชพรรณที่เป็นธรรมชาติที่สุด
เร่ิมตั้งแต่ดินที่ปลูกพืช จนถึงกระบวนการผลิตทุกขั้นตอนล้วนคงคุณค่าความบริสุทธิ์
จากธรรมชาติเพื่อประโยชน์ในการทำความสะอาดไปพร้อมๆ กับการฟื้นฟูสุขภาพผิวให้กลับมาแข็งแรง

สามารถใช้สบู่ล้างหน้า RAWGANIC ร่วมกับผลิตภัณฑ์อื่นๆ ได้หรือไม่

สามารถใช้ได้
การใช้สบู่ล้างหน้า RAWGANIC ถือเป็นกุญแจดอกแรกของการรับเอาวิถีธรรมชาติเข้ามาสู่ตัว
การค่อยๆ ลดการใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นเคมีล้วน แล้วค่อยๆ เปิดรับการใช้ผลิตภัณฑ์ออร์แกนิคในชีวิตประจำวัน
จะทำให้เรามีสุขภาพแข็งแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

สบู่ RAWGANIC 1 ก้อนใช้ได้นานเท่าไร

สำหรับผู้ที่ล้างหน้าเช้าและเย็น จะใช้สบู่ได้นาน 45 – 60 วัน ขึ้นอยู่กับการเก็บรักษาหลังการใช้เราขอแนะนำ
ให้วางสบู่ไว้บนแผ่นใยบวบธรรมชาติที่เราเตรียมไว้ให้ในถุงผ้า หรือวางในภาชนะที่ไม่มีน้ำขัง
เนื่องจากสบู่ RAWGANIC ไม่ได้ใส่สารเคมีที่ทำให้สบู่แข็งตัว จึงละลายได้ง่ายเมื่อถูกแช่อยู่ในน้ำ

RAWGANIC ต่างจากผลิตภัณฑ์ที่บอกว่า “จากธรรมชาติ” หรือ “จากสมุนไพร” อย่างไร

ต่างกันมาก
ส่ิงที่เราต้องการที่สุดเวลาเลือกผลิตภัณฑ์สำหรับผิว คือเรื่องความปลอดภัยและความเชื่อถือได้
จึงควรดูส่วนผสมว่าไม่มีสารเคมีใดๆ ผลิตภัณฑ์ที่บอกว่ามาจากธรรมชาติหรือสมุนไพรนั้น
หากมีสารเคมีเป็นส่วนผสมอยู่ด้วยก็ถือว่ายังไม่ปลอดภัย
ส่วนเรื่องความน่าเชื่อถือ ต้องเลือกผลิตภัณฑ์ที่ได้รับตรารับรองเกษตรอินทรีย์เท่านั้น จึงจะมั่นใจว่า
ได้รับการตรวจสอบอย่างเข้มข้นมาแล้ว

RAWGANIC มีส่วนผสมพืชพรรณออร์แกนิค 95% แล้วที่เหลือคืออะไร

ที่เหลือคือส่วนผสมที่ไม่ใช่พืชพรรณออร์แกนิคแต่ทาง USDA ORGANIC อนุญาตให้ใช้ได้เพราะปลอดภัย
และมีประโยชน์ เช่น
– Tocopherol หรือวิตามินอีแบบเข้มข้น สกัดจากพืชออร์แกนิคหลายชนิด ช่วยรักษาสบู่ไม่ให้มีกลิ่นหืน
เก็บไว้ได้นาน และช่วยบำรุงผิว
– น้ำ Deionized water คือน้ำสะอาดที่ผ่านกระบวนการแยกประจุไฟฟ้าออกทำให้ไม่มีฝุ่นและสารเคมีเจือปน
แล้วนำไปต้มอีกทีเพื่อให้ปราศจากเชื้อโรค เป็นน้ำที่สะอาดกว่าน้ำกลั่น
– ด่างเข้มข้นเกรดสูงสุดที่ใช้ในเครื่องสำอางโดยเฉพาะ เมื่อนำด่างไปเจอกับน้ำมันในอัตราที่พอเหมาะ
จะทำให้เกิดกระบวนการสบู่จับตัวเป็นก้อน (saponification) และผลที่ได้คือกลีเซอรีนตามธรรมชาติ
ซึ่งเป็นตัวช่วยบำรุงผิวชั้นดี

ถ้าเปลี่ยนมาใช้สบู่ล้างหน้าแล้ว หน้าจะแห้งหรือไม่

สำหรับบางคนที่คุ้นเคยกับการใช้โฟมหรือเจลล้างหน้ามาตลอด ในช่วงแรกของการใช้จะรู้สึกว่าหน้าแห้ง
กว่าปกติเพราะสบู่ RAWGANIC ไม่ได้ใส่สารเคลือบผิวสังเคราะห์จากปิโตรเลียมแบบโฟมหรือเจลล้างหน้าทั่วไป
ผู้ใช้จะรู้สึกไม่คุ้นเคยกับความรู้สึกที่สะอาดแบบไม่มีสิ่งเคลือบผิว แต่แท้ที่จริงแล้วมันคือความรู้สึก
สะอาดสดชื่นแบบเป็นธรรมชาติ
ประมาณ 10 นาทีหลังการล้างหน้า ผิวจะผลิตน้ำมันธรรมชาติออกมาเคลือบผิวเอง
และผิวจะอยู่ในสภาพสมดุลโดยไม่ต้องใช้ตัวช่วยอื่น

เมื่อใช้ระยะแรก จะมีสิวหรือผดออกมาเยอะกว่าปกตินี่คืออาการแพ้หรือไม่

สำหรับบางคน การเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ที่ใช้กับผิวหน้า แม้จะเป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิค ก็อาจมีการแสดงออก
ของผิวได้ เพราะการที่ผิวเคยได้รับสารเคมีจากเครื่องสำอางมาเป็นเวลานานหลายสิบปี หรือการใช้ยารักษา
ปัญหาผิว ทำให้ผิวเคยชินกับการรับสารกดอาการของผิวไว้เมื่อเปลี่ยนมาใช้สบู่ล้างหน้า RAWGANIC
ที่ปราศจากเคมีที่กดอาการเหล่านั้น กลไกธรรมชาติของผิวจึงพยายามกำจัดสารเคมีตกค้างออกมา
ในลักษณะต่างๆ เช่นสิวหรือผด หากมีการสะสมของสารเคมีอยู่มากก็อาจเกิดอาการมาก
แต่นี่ไม่เรียกว่าเป็นอาการแพ้จากการใช้สบู่ เมื่อใช้ไประยะหนึ่งอาการเหล่านี้จะหายไป
และผิวหน้าจะกลับมาสู่สภาพปกติที่แข็งแรงขึ้น

เมื่อใช้ระยะแรก มีความรู้สึกแสบนิดๆ ที่ผิวหน้าบางจุด เป็นเพราะอะไร

สำหรับบางคนที่มีผิวหน้าที่อ่อนแอมาจากการใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีสารเคมีเป็นส่วนประกอบ จนทำให้
เซลล์ผิวหน้าบางส่วนอ่อนแอ เมื่อใช้สบู่ RAWGANIC อาจเกิดอาการแสบผิวเฉพาะบริเวณที่ผิวบอบบางมากเป็นพิเศษ
เช่น บริเวณข้างจมูก แนะนำให้ล้างหน้าด้วยสบู่ RAWGANIC ต่อเนื่องไปอีก 3-5 วัน
โดยล้างสบู่เพียง 1 ครั้งแล้วล้างออก ผิวหน้าจะได้เรียนรู้ในการปรับตัวให้แข็งแรงขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติและจะไม่แสบอีก

bg